กระเทียม (GARLIC) พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ดี
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Allium sativum Linn.
ชื่อวงศ์: ALLIACEACE
ชื่อสามัญ: Garlicชื่อวงศ์: ALLIACEACE
เป็นพืชสนุมไพรเพื่อสุขภาพพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่ช่วยรักษาอาการ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด แน่น
มีแก๊สมาก ท้องเสีย อาการไข้หวัด บิด โรคหลอดเลือด หัวใจตีบ ช่วยลดคลอเรสเตอรอล
ลดความดันโลหิตสูง เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และกระเทียมยังมี ฤทธิ์ในการยับยั้ง และฆ่าเชื้อรา
สาเหตุของโรคกลากเกลี้อน ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง รักษาโรคติดเชื้อของระบบทางเดิน
หายใจ การเกิดพิษจากโลหะหนัก แก้ท้องร่วง น้ำตาลในเลือดสูง หูอักเสบ
และยังเป็นพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
มีแก๊สมาก ท้องเสีย อาการไข้หวัด บิด โรคหลอดเลือด หัวใจตีบ ช่วยลดคลอเรสเตอรอล
ลดความดันโลหิตสูง เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และกระเทียมยังมี ฤทธิ์ในการยับยั้ง และฆ่าเชื้อรา
สาเหตุของโรคกลากเกลี้อน ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง รักษาโรคติดเชื้อของระบบทางเดิน
หายใจ การเกิดพิษจากโลหะหนัก แก้ท้องร่วง น้ำตาลในเลือดสูง หูอักเสบ
และยังเป็นพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ตำรับยาของกระเทียม
พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
วิธีที่
1
•นำกระเทียม 5-7 กลีบ มาบดให้ละเอียด
•เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือและน้ำตาลอย่างละหน่อย
•ผสมให้เข้ากัน
•กรองเอาเฉพาะน้ำมาดื่ม
วิธีที่
2
•นำกระเทียมมาปอกเปลือก เอาเฉพาะเนื้อใน 5 กลีบ ซอยให้ละเอียด
•รับประทานกับน้ำหลังอาหารทุกมื้อ ช่วยอาการปวดท้อง อาหารไม่ย่อย
วิธีที่
1
•นำกระเทียมมาขูดให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดให้แหลก
•พอกที่ผิวหนัง แล้วปิดด้วยผ้าพันแผล อย่างน้อย 20 นาที แล้วแก้ออก
•ล้างด้วยน้ำสะอาด ทำซ้ำเช้า-เย็น ทุกวัน
วิธีที่
2
•ใช้มีดขูดผิวหนังส่วนที่เป็นกลาก เกลื้อนให้พอเลือดซึม
•ใช้กระเทียมทาลงไป ทำติดกัน 10 วันก็จะหาย
รักษาท้องเสียจากการรับประทานอาหารทะเล
•นำกระเทียมไปต้มน้ำแล้วดื่ม
รักษาอาการเลือดกำเดาออกไม่หยุด
• นำกระเทียม 1 หัว แกะเปลือกออก ตำให้ละเอียด ทำเป็นแผ่น
กลมใหญ่ และหนาขนาด เหรียญหนึ่งบาท
ถ้าเลือดกำเดาออก
ทางรูจมูกซ้าย ให้แปะกลางฝ่าเท่าซ้าย
ถ้าเลือดกำเดาออก
ทางรูจมูกขวา ให้แปะบริเวณกลางฝ่าเท้าขวา ถ้าออกทั้ง 2 รู ก็
ให้แปะทั้ง 2 ข้าง
รักษาอาการเจ็บปวดจากตะขาบกัด
•ใช้กระเทียมหัวโทน ตำให้แหลก แล้วนำไปพอกบริเวณที่ถูกกัด
ป้องกันโรคเบาหวาน และขจัดพิษสารตะกั่ว
•กระเทียม กลีบใหญ่ ๆ เพียง 3 กลีบ ทุบให้แตก
•กลืนกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ทุก ๆ เช้า หลังตื่นนอน
•กระเทียมมีรสเผ็ด และมีคุณสมบัติร้อน จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป
•ผู้ที่มีอาการดังนี้ไม่ควรรับประทานเลย หรือทานให้น้อยที่สุด
ผู้ที่มีอาการหน้าแดง คอแห้ง ท้องผูก กระหายน้ำ
•ผู้ที่มีอาการดังนี้ไม่ควรรับประทานเลย
ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
หรือมีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป
หรือมีอาการตาแดง
วิธีดับกลิ่นปาก หลังรับประทานกระเทียมดิบ
1. เคี้ยวใบชา หรือ
2. น้ำชาบ้วนปาก หรือ
3. เคี้ยวพุทราจีน 2-3 เม็ด






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น