•
ชื่อวิทยาศาสตร์: Actinidia
chinensis
•ภาษาจีน: หมีโหวเถา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน •ต่อมา มีผู้นำไปปลูกที่นิวซีแลนด์ และได้ปรับปรุงพันธุ์จนได้กีวีที่รสดีมากขึ้น
จนกลายเป็นผู้ส่งออกกีวีรายใหญ่ที่สุด •Kiwi ตามชื่อของ นกกีวี ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์•Jack Turner เป็นคนที่เริ่มเรียกว่า "kiwifruit"•ประเทศไทย เริ่มนำกีวีเข้ามาปลูกที่ ดอยอ่างขาง และ ดอยขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่
ประโยชน์ของกีวี่เพื่อสุขภาพ
•ผลไม้ลูกเล็ก ที่มีน้ำตาลต่ำ และเส้นใยสูง ให้พลังงานเพียง
54 แคลอรี่ต่อ 1 ผล
ทั้งนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์มากมาย
1.ช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น จาก วิตามินซี
และสารต้านอนุมูลอิสระ
2.ช่วยย่อยอาหาร จาก สาร Actinide
ช่วยย่อยโปรตีนได้ดี
3.ช่วยลดความดันโลหิต จาก
สารโพแทสเซียมที่ช่วยปรับสมดุลในเลือด
4.ช่วยลดน้ำหนัก จากที่มีน้ำตาลต่ำ
และเส้นใยสูง
5.ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย จากเส้นใยสูง
6.ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
เนื่องจากลดการแข็งตัวของเลือด และลด Triglycerine
7.มีประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์ จากสารโฟเลต
8.ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น แค่เพียง 2
ผลก่อนนอนจะทำให้หลับง่ายขึ้นและหลับลึกขึ้น
วิธีเลือก กีวี่
•ถ้ากดดูแล้วแข็งก็ดิบ ถ้ากดแล้วไม่แข็งก็สุก
•ช่วงที่อร่อยที่สุด คือช่วงที่ผลห่าม คือยังไม่สุกจนเกินไป
•ดูผลที่ไม่มีตำหนิ ไม่มีรอยช้ำและนิ่ม หรือผิวเหี่ยวย่น
การเก็บรักษา กีวี่
•ไม่ควรเก็บในตู้เย็น หากผลกีวีนั้นยังแข็งเกินไป
•ถ้ายังแข็งอยู่ให้เก็บที่อุณหภูมิห้อง 2-3 วัน ผลจะสุก รสชาติจะหวาน
อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง แต่
ถ้าจะเก็บในตู้เย็นจะใช้เวลา 5-7 วัน จึงจะสุกเต็มที่
หากไม่อยากให้สุกเร็วเกินไป
ควรเก็บให้ห่างจากแอปเปิ้ลและกล้วย
•ถ้ากีวีนั้นสุกแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็นจะดีที่สุด เก็บได้อีก 7-10 วัน
•ยิ่งสุกจะยิ่งหวาน แต่ถ้าสุกเกินไป เนื้อจะเหลว และเละ
จึงควรบริโภคก่อนเนื้อกีวี่จะเหลวและเละ
กินผล กีวี่ สดๆ
•กินสด – ปอกเปลือกธรรมดา หั่นเป็นแว่นๆ แช่เย็น แต่ถ้าประสบปัญหาการปอกเปลือก ปอกแล้วเละ มี 2 วิธี การปอกเปลือก กีวี่ มาฝาก
1.ผ่ากีวี่ตามขวาง แล้วเอาช้อนคว้าน เข้าปากรับประทานได้เลย
2.ตัดหัว ตัดท้าย แล้วคว่ำช้อนสอดเข้าไปใต้เปลือก ค่อยๆ วนช้อนไปรอบๆ เท่านี้ก็จะได้เนื้อกีวี่หลุดมาง่ายดาย
2.ตัดหัว ตัดท้าย แล้วคว่ำช้อนสอดเข้าไปใต้เปลือก ค่อยๆ วนช้อนไปรอบๆ เท่านี้ก็จะได้เนื้อกีวี่หลุดมาง่ายดาย
น้ำกีวี่ปั่น (Kiwi Smoothie)
- กีวี่ 120 กรัม
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง 30 กรัม
- เครื่องปั่นผลไม้
2. นำใส่เครื่องปั่นผลไม้ ตามด้วยน้ำเปล่า น้ำผึ้ง และน้ำแข็ง ลงไป
3. ปั่นให้ผสมกันได้ละเอียดตามต้องการ
เยลลี่กีวี่ (Jelly Kiwi)

ส่วนผสม:
• เนื้อกีวี่
• สีผสมอาหาร (สีเขียว)
• ผงวุ้น
• น้ำตาลทราย
• แผ่นเจลาติน
น้ำเปล่า
วิธีทำ:
นำเจลาตินมาแช่น้ำก่อน และ แช่ผงวุ้นในน้ำเปล่า
ทำส่วนเยลลี่ โดย ต้มน้ำตาลทรายในน้ำคนให้ละลาย แล้วใส่เจลาตินที่แช่น้ำแล้ว
(เอาแต่เจลาติน) แล้วใส่ผงวุ้นลงไปนิดนึง (ช่วยให้เยลลี่เซตตัวดีขึ้น) คนให้ละลาย
เมื่อผสมกันดีแล้ว นำลงจากเตาพักไว้ให้เย็น นำกีวี่มาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด และหั่นเป็นแว่นบางๆ
เรียงใส่ถ้วยพลาสติกไว้ แล้วนำส่วนของเยลลี่ที่พักไว้ ใส่สีผสมอาหารนิดนึง
คนให้เข้ากัน แล้วเทใส่ถ้วยที่เรียงกีวี่ไว้ นำไปแช่เย็น ในช่องธรรมดา 30 นาที
จะได้เจลลี่ที่หอมหวาน รับประทานแล้วชื่นใจ
วุ้นกีวี่
ส่วนผสม:
•กีวี่ 1 ผล•น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร•ผงวุ้น ประมาณ 1 ช้อนชา•น้ำตาลทราย 30-50 กรัม•สีผสมอาหาร สีเขียว (เล็กน้อย)
วิธีทำ:
1. ใส่ผงวุ้น ในน้ำ
คนให้ละลาย แช่ไว้ 10 นาที
2. น้ำเปล่า+ผงวุ้น
ที่แช่ไว้ นำมาต้ม โดยจะคนไปทางเดียวกันเท่านั้น
จนน้ำเริ่มเดือดใส่น้ำตาลทรายลงไปจนน้ำตาลทรายละลายหมด ปิดเตายกลง
3. ปอกเปลือกกีวี่
ล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นบางๆ
4. นำถ้วยเล็กมา
วางกีวี่ที่หั่นแล้ว (เป็นพิมพ์)
ลงในถ้วยโดยเรียงไปให้ทั่วถ้วยเล็กที่เราเตรียมไว้
ตามต้องการ
เมื่อเสร็จแล้ว
5.
นำส่วนที่ต้มแล้วมาใส่สีผสมอาหารสีเขียว
คนให้เข้ากันก่อนเทลงถ้วยเล็กที่เราเตรียมไว้
6. นำเข้าตู้เย็น
ให้เซตตัว ในช่องธรรมดา 20-30 นาที
7. แกะออกจากถ้วย
อาจใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มรอบถ้วยเล็กน้อยเพื่อช่วยคว่ำออกมา
ไข่ยัดไส้ทรงเครื่อง
ส่วนผสม:
•กีวี่ ครึ่งลูก หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ 1 ช้อนโต๊ะ•เนื้อไก่สับ 20 กรัม•หัวหอมหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ•ซอสปรุงรส•น้ำตาลทรายปรุงรส•น้ำมันพืช•ถั่วลันเตา, แครอท, ข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ•ไข่ไก่ 2 ฟอง
วิธีทำ: 1.ตั้งกระทะให้น้ำมันร้อน ผัดไก่สับ, กีวี่, หัวหอมหั่น,
ถั่วลันเตา, แครอท และข้าวโพด เติมซอสปรุงรส และน้ำตาล คลุกให้เข้ากัน
เมื่อทั้งหมดสุกและเข้ากันดีแล้ว ตักใส่จานพักไว้
2.ตีไข่ให้เข้ากัน เมื่อน้ำมันในกระทะร้อน เทไข่ลงไปทอด กระจายไข่ให้ทั่ว ให้โดยรอบเป็นชั้นที่บางๆ
3.เทส่วนผสมในข้อ 1 ใส่กลางไข่ แล้วทำการห่อไข่ เข้ามาทีละข้าง
4.ตักขึ้นจากกระทะ เสริฟพร้อม ข้าวสวยร้อนๆ
2.ตีไข่ให้เข้ากัน เมื่อน้ำมันในกระทะร้อน เทไข่ลงไปทอด กระจายไข่ให้ทั่ว ให้โดยรอบเป็นชั้นที่บางๆ
3.เทส่วนผสมในข้อ 1 ใส่กลางไข่ แล้วทำการห่อไข่ เข้ามาทีละข้าง
4.ตักขึ้นจากกระทะ เสริฟพร้อม ข้าวสวยร้อนๆ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น